บ่อเกลือสินเธาว์ ท่ามกลางภูเขาแห่งจังหวัดน่าน

เรียนรู้เรื่องราวของบ่อเกลือโบราณที่เคยใช้เป็นทรัพยากรสำคัญหล่อเลี้ยงเศรษฐกิจของเมืองน่านในอดีต ซึ่งเกลือคือสิ่งที่มีค่ายิ่งและเป็นเรื่องน่าเหลือเชื่อไม่น้อยที่อำเภอเล็ก ๆ อย่างบ่อเกลือที่ซ่อนตัวอยู่ท่ามกลาง ทิวเขาสูงเทียมเมฆแห่งนี้ คือ แหล่งเกลือสินเธาว์ที่ใหญ่ที่สุดของจังหวัดน่าน การเดินทางที่สะดวกสบายและช่วยงานขนของทั่วไปเรียกใช้ รถรับจ้าง ที่พรรุ่งเรืองขนส่งได้ทันที

เกลือ…ความเค็มที่มีคุณค่า ในอดีตเมืองน่านใช้ทรัพยากรใต้ผิวดินนี้เป็นสินค้าส่งออกและแลกเปลี่ยนกับกลุ่มชนต่างๆ มากมาย อาทิเช่น กองคาราวานจีนฮ่อจากยูนนาน กวางสี และมณฑลอื่น ๆ ในจีน กลุ่มคนเหล่านี้ได้เดินทางผ่านสิบสองปันนา รัฐฉานสู่เชียงราย เชียงใหม่ น่าน เมืองสา (อำเภอเวียงสาในปัจจุบัน) แพร่ รวมทั้งพ่อค้าไทเขินจากเชียงตุง พ่อค้าวัวชาวไทยลื้อ นอกจากนี้ความสำคัญของเกลือยังมีอิทธิพลในยุคนั้นได้อย่างน่าอัศจรรย์ใจ เพราะแม้แต่พระเจ้าติโลกราชก็ยังเคยคิดครอบครองบ่อเกลือของเมืองน่านอันเป็นปัจจัยสำคัญในสมัยนั้นเอาไว้ด้วย

เที่ยวชมบ่อเกลือ

บ่อเกลือที่มีความสำคัญของที่นี่มี 2 แห่งด้วยกันคือ บริเวณต้นน้ำว้า ซึ่งมีบ่อเกลือใหญ่ 2 บ่อ อีกแห่งคือบริเวณต้นน้ำน่าน มีบ่อใหญ่ 5 บ่อ และมีบ่อเล็กบ่อน้อยอีกจำนวนมาก ในโลกปัจจุบันแม้เกลือไม่ใช่บรรณาการสำคัญเช่นในอดีตอีกต่อไปแล้ว แต่ชาวบ้านก็ยังคงรักษาขนบของการต้มเกลือด้วยวิธีดั้งเดิม โดยตักน้ำเกลือจากบ่อส่งผ่านมาตามลำไม้ไผ่สู่บ่อพักก่อนนำน้ำเกลือมาต้มในกระทะใบบัวขนาดใหญ่เคี่ยวจนน้ำแห้งขอดก่อนนำไปใช้บริโภคเองหรือไม่ก็บรรจุใส่ถุงวางขายกันหน้าบ้าน ซึ่งเกลือจากบ่อเกลือแห่งนี้กลายเป็นสินค้าที่ระลึกสำหรับนักท่องเที่ยวไปโดยปริยาย

พิพิธภัณฑ์ชุมชนบ้านพระเกิด

รื่นรมย์ไปกับวิถีชีวิตที่สืบต่อกันมากว่าร้อยปีภายในพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น ที่คนในชุมชนร่วมแรงร่วมใจกันสร้างสรรค์ขึ้นมาเพื่อให้เป็นแหล่งเรียนรู้วิถีคนน่านผ่านการอนุรักษ์โบราณวัตถุอันทรงคุณค่าของวัด โดยสิ่งของที่จัดแสดงส่วนใหญ่นั้นเป็นเครื่องใช้ในชีวิตประจำวันของผู้คนในอดีต ซึ่งมาจากผู้มีจิตศรัทธานำมาบริจาคสมทบให้กับทางวัด นอกจากนี้ยังจะได้ชมคัมภีร์ใบลานอักษรธรรมล้านนา (ตั๋วเมือง) จำนวน 2,323 ผูก แบ่งเป็น 20 หมวด คัมภีร์พื้นเมืองน่าน พงศาวดารเมืองน่านฉบับวัดพระเกิด หนังสือพื้นเมืองน่านฉบับวัดพระเกิด 2 ภาษา อักษรตั๋วเมืองและอักษรไทย เป็นต้นการเดินรถ: เดินทางออกจากสถานี Osaka, Kyoto, Nagoya มายังสถานี Kashiko

ระยะเวลา: ออกเดินทางจากสถานี Osaka Namba ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง 20 นาที

ออกเดินทางจากเกียวโต ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง 50 นาที

ออกเดินทางจากนาโกย่า ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง(แตกต่างกันขึ้นอยู่กับเส้นทาง)

เป็นรถไฟท่องเที่ยวของจังหวัดเอฮิเมะ ลักษณะของรถไฟจะมีความเป็นเรโทรผสมผสานกับความเป็นโมเดิร์น เมนูอาหารจะเปลี่ยนไปตามฤดูกาล โดยจะใช้วัตถุดิบของจังหวัดเอฮิเมะ

ที่ทั้งสดใหม่และได้รับการเลือกสรรมาเป็นอย่างดี แน่นอนว่านอกจากตั๋วโดยสาร และ ตั๋ว Green car แล้ว จะต้องซื้อตั๋วสำหรับจองอาหารด้วย ซึ่งต้องซื้อล่วงหน้าอย่างน้อย 4 วัน

ก่อนวันออกเดินทาง และนอกจากนี้ยังมีน้ำส้มและเบียร์ท้องถิ่นซึ่งเป็นของขึ้นชื่อในจังหวัดเอฮิเมะด้วย

การเดินรถ: จากสถานี Matsuyama จนถึงสถานี Iyo-Ozu และ จากสถานี Matsuyama จนถึงสถานี Yawatahama

ระยะเวลา: ประมาณ 2 ชั่วโมง 20 นาที (ขาไปกับขากลับจะแตกต่างกัน)

รถไฟขนมหวาน ลักษณะของรถไฟเป็นแบบแนวคลาสสิค วัสดุที่ใช้ส่วนใหญ่มาจากไม้ มีทั้งไม้เมเปิ้ลสีอ่อนทำให้โทนสีดูอบอุ่นและสบายตา และไม้วอลนัทสีเข้มทำให้รู้สึกเหมือนมีมนต์เสน่ห์บางอย่าง

ส่วนภายในรถไฟกว้างขวางให้บรรยากาศที่ดูหรูหรา ทั้งเพดาน หน้าต่าง โต๊ะ รวมถึงเก้าอี้ และภาชนะที่ใช้รับประทานอาหารล้วนแล้วแต่มีความสวยงามและทำขึ้นมาเพื่อรถไฟขบวนนี้โดยเฉพาะ จะย้ายของต่อจากจุดนี้ก็มี รถรับจ้าง อยู่ใกล้ๆโทรหาได้เลย ส่วนของเมนูอาหารวัตถุดิบที่ใช้ในการทำอาหารคัดสรรเฉพาะของชั้นดีในแต่ละท้องที่ของคิวชู โดยในคอร์สจะเริ่มด้วยเนื้อและปลาของคิวชู ที่ตบแต่งด้วยผักต่างๆให้มีสีสัน จากนั้นต่อด้วยชาและขนมที่ใช้วัตถุดิบของคิวชู

ขนมหวาน 3 จานจะถูกนำมาเสิร์ฟปิดท้าย ซึ่งแน่นอนว่าเมนูจะเปลี่ยนไปตามฤตูกาลเช่นกัน

การเดินรถ: มี 2 เส้นทาง คือ จากสถานี Sasebo จนถึงสถานี Nagasaki และ จากสถานี Oita จนถึงสถานี Hita

ระยะเวลา: ประมาณ 2 ชั่วโมง 30 นาที

รถไฟท่องเที่ยวทั้ง 6 สายของแต่ละพื้นที่ในญี่ปุ่นเห็นแล้วรู้สึกน่าเที่ยวใช่ไหมล่ะครับ เพราะไม่เพียงแต่ได้สัมผัสความสุนทรีย์ของความสวยงามทางธรรมชาติที่มองออกไปยังนอกหน้าต่างรถไฟแล้ว

ยังได้ลิ้มรสอาหารสุดพิเศษที่ทำจากวัตถุดิบชั้นเลิศอีกด้วย ฉะนั้นหากมีโอกาสไม่ควรพลาดที่จะลองท่องเที่ยวรถไฟแบบนี้ดูครับ

 

 

June 15, 2017

Posted In: รถรับจ้าง